ลุมพินีคาร์เร้นท์

ลุมพินีคาร์เร้นท์
ศูนย์รวมรถเช่าที่ยิ่งใหญ่ครบวงจร

02-255-3482-3
02-255-1966-8

มีรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อให้เลือกเช่ารายวัน รายเดือน รายปี ราคาและสภาพพิสูจน์ได้คันต่อคัน

การเติมนํ้ามันสำหรับรถเช่าเพื่อท่องเที่ยว

หลายบริษัทรถเช่าเอกชนจะมีแนวทางในการให้เช่ารถตรงกันก็คือมีการเติมนํ้ามันให้ลูกค้าเต็มถังก่อนการใช้งาน ดังนั้นในการเช่ารถยนต์เพื่อเดินทางท่องเที่ยวในต่างจังหวั นอกจากจะต้องตรวจสอบในเรื่องของสภาพรถที่พร้อมใช้งานไม่ว่าจะ ระบบเบรก คลัทซ์ ยางรถยนต์ ระบบบังคับเลี้ยว และระบบควบคุมไฟฟ้าแล้ว นํ้ามันก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญของการเช่ารถยนต์

ดังนั้นเมื่อรับรถมาแล้วแล้ว ทางผู้เช่าต้องตรวจสอบให้ดีว่าเกย์วัดน้ำมันของรถเช่าแสดงขีดว่านํ้ามันเต็มถึงหรือไม่ พอจบทริปการท่องเที่ยว ก่อนนำรถมาคืนผู้เช่าก็ต้องเติมนํ้ามันกลับคืนให้เต็มถังตามระดับที่เราได้รับรถมา หากผู้เช่าเติมนํ้ามันไปไม่เต็มทางพนักงานบริษัทรถเช่าที่ตรวจสอบก็จะทำงานปรับเงินตามจำนวน ซึ่งบอกเลยว่าไม่คุ้มนะคะ เพราะแพงกว่าราคาในการเติมนํ้ามันซะอีก

ซึ่งในส่วนของเทคนิคการเติมนํ้ามันรถเช่านั้น ปั้มนํ้ามันที่ใช้เติมก่อนนำรถไปที่จุดคืนรถเช่าไม่ควรเกิน 20 กิโลเมตร เพราะระยะทางนี้จะไม่ทำให้ระดับน้ำมันตกลงมาหนึ่งขีด น้ำมันที่เติมให้เลือกน้ำมันที่ราคาถูกที่สุด อาทิ แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ E20 ซึ่งเป็นนํ้ามันสองชนิดที่บริษัทผู้เช่ารถใช้เช่นกัน แต่ตามต่างจังหวัดบางพื้นที่อาจจะหายากสักหน่อย

สำหรับกรณีที่น้ำมันไม่ได้อยู่ในระดับเต็มถังตั้งแต่แรก อาจจะยุ่งยากสักหน่อย เนื่องจากผู้เช่ารถต้องคำนวณเอาจากระยะทางแทน คือ รับรถที่เลขไมล์ 30,000 กิโลเมตร คืนรถที่เลขไมล์ 30,100 กิโลเมตร รถวิ่ง 100 กิโลเมตร รถกินน้ำมันเฉลี่ย 11-14 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าวิ่งใช้งานหนัก เปิดแอร์ ขึ้นเขา บรรทุกเยอะ ฯ ก็ประมาณ 11 กิโลเมตรต่อลิตร ดังนั้นผู้เช่ารถยนต์ต้องเติมน้ำมัน 100 ต่อ 11 = ประมาณ 9 ลิตร คำนวณกลับเป็นจำนวนเงิน จากนั้นปัดเป็นตัวเลขกลมๆ อาทิ 250 บาท (คิดตามค่าราคาน้ำมันลิตรละ 28 บาท)

นอกจากนี้ หลายคนอาจอยากรู้วิธีขับรถเช่าให้ประหยัดนํ้ามัน เรามีคำแนะนำเบื้องต้นมาฝากค่ะ ดังนี้

  1. ต้องมีการวางแผนที่ดี การมีแผนการเดินทางที่ดี ศึกษาเส้นทางก่อนขับรถ หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด , มีเส้นทางลัด , ไม่ขับรถอ้อมจนเกินไป , ไม่หลงทาง และไม่ขับเลยจากจุดหมายปลายทาง เหล่านี้ล้วนเป็นวิธีช่วยให้ผู้เช่ารถประหยัดนํ้ามันไปได้มาก ทางที่ดีผู้ขับขี่อาจให้คนที่นั่งข้างๆเป็นผู้ช่วยคอยบอกข้อมูลต่างๆ วิธีนี้จะทำให้การขับรถในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่ค่อยคุ้นชินมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. ตรวจเช็คความลมยางด้วย แม้ว่าพนักงานของบริษัทรถเช่าจะตรวจสอบรถมาแล้ว แต่ผู้เช่าก็ควรตรวจสอบซํ้า โดยเฉพาะเรื่องของลมยางที่มีความสำคัญมาก ลมยากซึ่งอ่อนเกินไปจะทำให้รถเช่ากินน้ำมันมากขึ้น แต่หากลมยางแข็งเกินไป รถอาจเกาะถนนไม่ดี เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวกัน
  3. ตรวจเช็คเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอๆ เช่น ปริมาณน้ำยาทำความเย็น ความสกปรกของคอยล์ร้อนคอยล์เย็น และไส้กรอง ฯลฯ เพื่อให้ระบบทำงานมี ประสิทธิภาพพร้อมทั้งปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะ เพราะถ้าปรับอุณหภูมิต่ำเกินไปคอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานหนัก มากขึ้น เป็นภาระให้เครื่องยนต์มากขึ้น ส่งผลให้อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงก็มากขึ้นไปด้วย
  4. ใช้รอบเครื่องยนต์ในความเร็วที่เหมาะสม อาจจะเข้าใจยาก แต่เป็นแนวทางในการประหยัดนํ้ามันอย่างมาก หลายครั้งเราได้ยินคำเตือนว่าไม่ควรขับรถความเร็วเกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่รอบเครื่องยนต์ที่เหมาะสมจะอยู่ระหว่าง 1900-2800 รอบ หรือใช้ความเร็วที่เหมาะสมที่ 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเส้นทางโล่งของต่างจังหวัดถือว่ากำลังพอดี การขับรถช้าเกินไปก็เป็นสาเหตุในการเปลืองนํ้ามันเช่นเดียวกัน แต่อย่าลืมว่าเมื่อถึงเขตชุมชน ตัวเมือง หรือสถานที่ท่องเที่ยวก็ต้องลดความเร็วลงด้วยเช่นกัน
  5. บรรทุกเท่าที่จำเป็น เพราะน้ำหนักของคนและสิ่งของบนรถมีผลต่อการกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากพอสมควร ผู้เช่ารถควรจัดสรรนํ้าหนักในรถให้มีความพอดี เพื่อความคล่องตัวในการขับขี่รถยนต์ สามารถเร่งเครื่องยนต์ได้เต็มที่ และทำให้รถไม่กินนํ้ามันจนเกินไป

ดังนั้น ถ้าผู้เช่ารถ สามารถระวังในจุดที่แจ้งไว้ได้ ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและการจัดการเรื่องที่ยุ่งยากต่างๆ เกี่ยวกับรถไปได้มากอย่างแน่นอน แถมยังสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางให้เราได้มากอีกด้วยนะคะ โดยเฉพาะใครที่ติดปัญหาเรื่องการเติมน้ำมันเวลาเช่ารถ ตอนนี้ก็หมดห่วงกันไปได้เลย!