ลุมพินีคาร์เร้นท์

ลุมพินีคาร์เร้นท์
ศูนย์รวมรถเช่าที่ยิ่งใหญ่ครบวงจร

02-255-3482-3
02-255-1966-8

มีรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อให้เลือกเช่ารายวัน รายเดือน รายปี ราคาและสภาพพิสูจน์ได้คันต่อคัน

เมื่อได้รถเช่ามาควรตรวจสอบอะไรบ้าง มาดูกัน

การเช่ารถเพื่อไปท่องเที่ยวในต่างจังหวัดเริ่มเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่การจะเช่ารถแต่ละครั้งก็มีสิ่งที่ผู้เช่าควรดูให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจรับรถไปขับ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีปัญหาในภายหลังมาดูกันดีกว่าว่าเมื่อได้รถเช่ามาควรตรวจสอบอะไรบ้าง

  1. สิ่งแรกที่เริ่มต้นในการไปเช่ารถคือารตรวจสอบเอกสารส่วนตัวของผู้เช่าเองว่ามีครบถ้วนหรือไม่ หลักๆคือ ใบขับขี่ บัตรประชาชน บัตรเครดิต คูปองการเช่ารถ ให้นำเอกสารตัวจริงไปให้ครบถ้วนดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลาภายหลัง ซึ่งบัตรเครดิตที่ต้องใช้รูดมัดจำรถเช่ากับใบขับขี่ไม่จำเป็นต้องเป็นของคนเดียวกันก็ได้ แต่ทางผู้ให้บริการเช่ารถจะขอบัตรประชาชนของเจ้าของบัตรเครดิตมาถ่ายสำเนาเก็บไว้เพิ่มเติม โดยเมื่อได้เอกสารต่างๆมาแล้ว ผู้เช่าต้องตรวจสอบเอกสารต่างๆอย่างละเอียดก่อนที่จะเซ็นต์สัญญาเช่ารถ
  2. เมื่อมอบเอกสารให้พนักงานแล้ว ให้ตรวจสอบเอกสารของบริษัทผู้เช่า ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่า สัญญาประกัน หากจะทำประกันเพิ่ม เช่น ประกันรถหาย หรือประกันค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แนะนำว่าผู้เช่าที่เช่ารถเป็นเวลานานเกิน 3 วันควรทำประกันเหล่านี้เอาไว้จะดีกว่า
  3. หากได้เอกสารการเช่ารถมาแล้ว ให้วงเอาไว้ว่ารถยนต์มีตรงไหนมีตำหนิตรงไหนบ้าง อะไรบ้าง แต่อย่าเพิ่งเซ็นต์ เพราะต้องไปตรวจดูรถก่อนว่าตรงตามที่เอกสารระบุไว้หรือไม่
  4. ตรวจสอบภายนอกว่ามีร่องรอยอื่นนอกจากที่ระบุในเอกสารเช่ารถหรือไม่ ทั้งกระโปรงหน้า กันชนหน้า กันชนหลัง ประตู กระจก รูกุญแจประตูข้าง หรือกระโปรงหลัง ถึงจะเป็นรอยนิดๆหน่อยๆก็ต้องแจ้งทักท้วงและสอบถามเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อความมั่นใจ จากนั้นก็ต้องถ่ายรูปรถเช่าเก็บไว้ทั้งสี่มุมหน้าหลังซ้ายขวา เผื่อใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่มีปัญหาตอนคืนรถ
  5. ตรวจลมยางทั้ง 4 ล้อ ว่ายางมีลมพอดีหรือไม่ ไม่ควรจะหย่อนไป หรือตึงไป อาจจะดูรอยตามล้อแม็คซ์ด้วยก็ได้ รวมถึงมีอีกจุดที่หลายคนชอบมองข้ามอย่างกระจกรถทั้งสองด้านที่ส่วนใหญ่มักเป็นรอยมากกว่าส่วนอื่นๆของตัวรถ
  6. ตรวจภายในรถ เมื่อตรวจสอบภายนอกรถเสร็จก็ต้องตรวจสอบภายในรถให้ละเอียด ตัวรถสะอาดดีไหม เบาะรถสกปรกหรือไม่ มีร่องรอบขีดข่าวหรือเปล่า มีกลิ่นเหม็นไหม มีของอะไรลืมไว้ที่ลิ้นชักหน้ารถหรือไม่ ถ้ามีอะไรที่ผิดปกติให้แจ้งพนักงานทันที
  7. จากนั้นให้ดูภายในกระโปรงหลังว่ามียางอะไหล่กับกล่องเครื่องมือหรือไม่ ถ้าไม่มีลองถามพนักงานดูว่าขอเพิ่มเติมได้ไหม คิดเงินเพิ่มรึเปล่า
  8. ลองตรวจสอบเครื่องยนต์โดยการสตาร์ทเครื่องยนต์นิ่งๆ ฟังดูว่าเสียงรถปกติไหม ดูตัวน้ำมันว่าเหลือเท่าไหร่ หากเต็มถังก็ไม่เป็นไร แต่ถ้านํ้ามันมีไม่เต็มถังต้องให้พนักงานทำเครื่องหมายมาร์คเอาไว้
  9. ตรวจสอบเครื่องยนต์อีกครั้งโดยการขับรถวนไปในระยะทางสั้นๆแล้วกลับมา ลองดูว่าเครื่องยนต์มีปัญหาอะไรหรือไม่
  10. หากตรวจสอบทุกอย่างแล้วไม่มีปัญหาใดๆเลย ให้ผู้เช่าเซ็นต์เอกสาร จากนั้นก็นำรถไปใช้เดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ หลายแห่งยังไม่ให้ลูกค้าชำระเงินเลยโดยจะให้ทางบริษัทเช่ารถคิดเงินทั้งหมดเมื่อผู้เช่านำรถมาคืน ซึ่งส่วนมากจะใช้วิธีหักเงินผ่านบัตรเครดิต ผู้เช่าสามารถตรวจสอบได้ว่าจำนวนเงินที่หักตรงกับในใบเสร็จค่าเช่าหรือไม่

โดยขั้นทั้งหมดนี้ อาจดูเหมือนจะนานนะคะ แต่ในความเป็นจริงแล้วกินเวลาแค่ 10-15 นาทีเท่านั้น สำหรับจุดที่ผู้เช่าควรถ่ายรูปไว้นอกจากตัวรถ ก็คือเลขไมล์รถ กับระดับเกจ์น้ำมันในกรณีที่รถเช่ามีนํ้ามันไม่เต็มถัง

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยตอนที่ผู้เช่านำรถมาคือ ให้เรียกรับเอกสารหรือเงินมัดจำคืน (หากมี) และตรวจสอบสัมภาระและสิ่งของมีค่าของผู้เช่าว่าไม่ได้หลงลืมในตัวรถ ก่อนที่จะส่งมอบรถคืนพร้อมกุญแจรถ

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ใช้บริการเช่ารถมือใหม่ แนะนำให้ลองเช่ารถขับภายในเมืองท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่มีถนนหนทางสะดวกจะปลอดภัยกว่า เช่น หัวหิน พัทยา เขาใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย และภูเก็ต เป็นต้น และสุดท้ายผู้เช่ารถทุกคนควรยึดถือคือการขับขี่อย่างปลอดภัย ง่วงก็พักและเมาไม่ขับ เพื่อให้ทริปการเดินทางของทุกท่านสนุกสนานได้อย่างปลอดภัย ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล